อ่าๆๆ ย้อนความกลับมายังบ่ายวันพฤ. 7 กรกฏาคม
หลังจากที่ล้างถุงปุ๋ยกันเสร็จแล้ว (และโดนอีชชว.ด่า) เราก็ได้ไปยุ่งๆ วุ่นวายอยู่แถวมังกรน้อยน่ารัก(หรือพญานาค) พอได้เวลาซักบ่ายสามครึ่ง เราก็โดนนังแตมมี่โมเดสลากไปโรงอาหาร
นั่งหาไรกินได้ซักพัก (เกือบครึ่งชั่วโมง) ก็โดนพลอย(มั้ง)โทรตามกลับไป
พอกลับไป ก็เห็นเจิ้นนั่งเครียดกับบทการแสดงที่ยังไม่เสร็จ เราที่ตอนนั้นไม่มีงานทำ(พวกไร้ประโยชน์) ก็เลยไปช่วย(เสือก)เจิ้นนั่งเขียนบทกัน(พลอยดันๆให้ไปด้วย เพราะรู้ว่าเราชอบงานพวกนี้)
ซักชั่วโมงให้หลัง เหล่าผู้ชายก็พากันกลับจากรด. พวกที่กลับก่อนก็กลับไป แต่มีหลายคนที่อยู่ช่วย
ระหว่างนั้นก็เริ่มเปิดประชุมเรื่องการแสดงที่จะมาถึงอีกไม่นาน ไอเราก็นั่งฟังๆไปพลางร่างบทต่อ ซักพัก เจ้าโอ๊คมันก็เริ่มเปิดฉากยั่วโมโหเรา
นิสัยธรรมชาติของเราแล้ว เวลาทำงานจะเครียดมาก และไม่ชอบให้ใครมากวน ส่วนไอ้โอ๊ค นิสัยมันก็คือกวนประสาทคนได้ตลอดเวลา...
มันก็เริ่มล้อเราต่างๆนานา จนความอดทนเราได้ถึงขีดสุด
พลันมือเราก็ 'คว้าขวดน้ำที่อยู่ข้างตัว' โดยไม่ใช่แค่ขวดเปล่านะ แต่เป็นขวดที่มีน้ำอยู่1/4ของขวด (ขวดขนาด500cm3) ปาใส่หน้าไอ้โอ๊คเข้า
ไม่รู้ว่าเราปาแม่นเองหรือฟลุ๊คนะ แต่คือ ขวดมันอัดหน้าไอ้โอ๊คอย่างจัง ในสภาพที่เหมือนกับเป็น 'มีดบิน' (สกิลลอรี่แฮะ) ผลคือ ไอ้ตัวขวดก็อัดกระแทกปากโอ๊ค จนเลือดทะลักออกมา
เราเห็นหน้านี้ซีดสนิท ไอ้ความโมโหต่างๆก็หายไปหมดเลย ตกใจมาก ป่านเห็นท่าไม่ดีก็เลยพาโอ๊คไปห้องพยาบาล ทิ้งเราหน้าซีดทำงานต่อไป
ซักพักรู้สึกว่า ทำงานคงไม่ไหวแล้ว รู้สึกผิดมากที่ทำเพื่อนเจ็บ เจิ้นก็เลยจะทำต่อเอง เราเลยไปดูโอ๊คที่ห้องพยาบาล
สรุปคือ ไอ้โอ๊คอ่ะ แจ็กพ็อตโดนขวดน้ำอัดเข้าเต็มๆ ปากแตก ฟันมีสิทธิหลุดได้ ตอนที่เราเข้าไปห้องพยาบาล ก็เห็นภาพป่านเอาน้ำแข็งประคบอยู่ (เฮ้ย ตอนนั้นไม่คิดไรจริงๆนะ วายไม่ออก)
เราก็เข้าไปขอโทษโอ๊ค ตอนแรกคิดว่าจะโดนโกรธเหมือนกัน ปรากฎโอ๊คเองก็ไม่ได้ว่าไร เพราะมันก็ผิดตรงที่ยั่วเราไม่ถูกเวลา ก็นั่งกันอยู่สามคน (เรา ป่าน โอ๊ค) ซักพักจานอุฬุและจานมิเกลก็เดินเข้ามา
จานอุฬุ: นี่โทรบอกพ่อยัง
โอ๊ค: ยังครับ
ป่าน: เดี๋ยวโทรให้ (หยิบโทรศัพท์มากดเบอร์) ว่าแต่จะพูดไงบ้างวะ
เรา: มา เดี๋ยวพูดเอง (มีคนรับโทรศัพท์) ขอสายคุณหมอ..คุณหมอ..
โอ๊ค: หมอ....(สงวนนาม)
เรา: ค่ะ คุณหมอ... สวัสดีค่ะ นั้นคุณพ่อของโอ๊คป่าวคะ คือโอ๊คได้รับบาดเจ็บอยู่ที่โรงเรียนค่ะ ค่ะ ซักครู่นะคะ
โอ๊ค: (พล่ามไปๆก่อนวางสาย)
จานอุฬุ: เออ จริงๆบอกอ้อมๆไปจะดีกว่านะ เดี๋ยวพอดีได้ตกใจกันหมด ว่าแต่ป้า ครูว่าคุณต้องใจเย็นให้มากกว่านี้แล้วหล่ะ ตอนม.1ก็ที เจาะหัวเพื่อนซะเป็นรู
จานมิเกล: น่านสิป้า ป้าต้องใจเย็นๆนะ อย่าวู่วามมาก ครูรู้ว่าป้าเครียด แต่ป้าก็ต้องควบคุมอารมณ์มากกว่านี้นะ
เราเองก็พูดไม่ออกอ่ะ เพราะงานนี้เราผิดเต็มๆ ไอ้โอ๊คก็ต้องนั่งประคบน้ำแข็งตลอดเวลา ส่วนป่านก็พยาบาลโอ๊คสลับกวนๆเราหน่อย แต่ตอนนี้อยู่ในอารมณ์เสถียรแล้ว จะยั่วไงก็ยั่วไปเหอะ
พอซักหกโมงครึ่ง พ่อโอ๊คก็มารับ เรากับป่านเลยเดินกลับไปทำงานต่อที่ใต้ตึก ความจริงเรานัดแม่ไว้ทุ่มนึง แต่เห็นคนอยู่เยอะก็เลยตัดสินใจโทรไปเลื่อนเวลากับแม่เป็นทุ่มครึ่ง
ซักพักก็นั่งประชุมกันอย่างติดลมบน แต่คนก็เริ่มกลับเรื่อยๆ จนทุ่มสี่สิบห้าก็แล้ว เหลือกันอยู่สี่คน คือเรา พลอย บึ้ม เอ็ม
แม่เราก็โทรมาตามเป็นรอบที่สาม เราก็ปัดๆไปว่าเป็นสองทุ่มแล้วกัน เสร็จแล้วก็นั่งประชุมกันต่อ จนถึงสองทุ่ม ที่เป็นเวลาที่ยามจะมาไล่แล้ว ของก็ยังไม่เก็บกัน เราสี่คนก็ต้องมานั่งเก็บๆอุปกรณ์ที่เกลื่อนไว้ จนถึงสองทุ่มสิบห้า
พลอยกับบึ้มกลับๆเรา เดินออกทางประตูสอง เจอพี่ยาม(ที่ไม่ใช่พี่ชาลี) ให้เซ็นชื่อว่าออกจากโรงเรียนช้ากว่าที่กำหนด ถึงรถเจอแม่ที่รักนั่งหน้าหงิกเป็นไม้ตีพริก เราเองก็รู้สึกผิดที่ทำให้แม่รอนาน แต่ที่ฮาคือ พอแม่เราเห็นหน้าเพื่อนก็เลยหายหน้าหงิก ไปส่งบึ้มที่ประตูใหญ่ ก่อนส่งพลอยลงที่หน้าบ้าน
ว่าไปก็เป็นห่วงพลอยนะ กลับบ้านคนเดียวตอนสองทุ่มครึ่ง(บ้านพลอยอยู่แถวสะพานใหม่) แต่ก็บอกพลอยว่าถ้ามีอะไรให้รีบโทรมาแล้วกัน
สรุป งานนี้ได้บทเรียนว่า จะทำอะไรต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีๆก่อน ไม่นั้นจะเป็นได้อย่างกรณีไอ้โอ๊ค(ที่เจ็บเข้าให้)
ต่อคราวหน้า