ย้อนกลับไปวันที่8-7อีกนิ้ดนึง
ตอนก่อนจะกลับบ้าน เราเอาอุปกรณ์ไปเก็บตรงตู้สี แล้วได้เกิดอุบัติเหตุครั้งที่หนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ
คือพอเราเปิดประตูตู้ปุ๊บ
โครม!!!
หันกลับไปก็พบกับภาพที่ว่า มังกรไซย่าของสีเรา ล้มโครมกลิ้งไปกับพื้น
ไม่รู้เพราะกระเป๋าเราไปชนหรือเราเปิดประตูตู้ไปกระแทกตัวมังกรเอง
แต่ผลที่ได้ คือปากมังกรส่วนนึง ยุบเข้าไป
โชคดีที่ลูกพี่ไม่ด่าอะไรนะ เฮ้อ...
+++++++
กลับมายังวันศุกร์ ที่ 9 กรกฎาคม
วันนั้นเรากับวุ้นตัดสินใจโดดเรียนอาจารย์จิ (เด็กดีไม่สมควรเป็นตัวอย่างนะคะ) ก็แน่นอนว่า แม่เราไม่พอใจแน่ๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อเรายืนยันว่าจะโดดมาทำกีฬาสี (เวร) ก็ได้แต่ฟึดฟัดไปตามประสาคนวัย52 ส่วนหนูวุ้นใช้วิธีอ้างความจำเป็น เลยไม่โดนด่า
แต่ทุกคนอึ้งมากที่วุ้นโดนอ.จิ เพราะวุ้นเป็นคนที่ชอบเรียนอ.จิเอามากๆ ขนาดไข้ขึ้น38-39ยังไปเรียนเลย
ต่อ..เรากับแอมโดนเรียกให้ไปฝึกเวฟแบบแปลกๆ (สารพัดที่ท่านปนุสและเอ็มมี่จะคิดเอา) จนซักห้าโมงครึ่ง วิชญ์มันหิวข้าว และไม่ได้ฝากซื้อข้าว ก็ลากเราให้ไปเป็นเพื่อนที่โรงอาหาร
ตอนขาไปก็ไปอย่างสวัสดิภาพ ไม่เจออุบัติเหตุใดๆทั้งสิ้น เจอแต่พี่ซูซี่(OKUS30)ที่โรงอาหารกลาง เลยเมาท์กับห้านาที ก่อนจะโดนวิชลากไปนั่งดูมันกิน แต่สุดยอดมาก วิชกินหมดจานภายในห้านาที...อึ้งค่ะอึ้ง
ตอนขากลับ เรากับวิชเลือกที่จะเดินผ่านทางด้านถนนเลียบอาคารจักรพันธ์ ระหว่างเดินอยู่นั้น...
อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดกับเรา!!!
มีรถกระบะสีแดงแป๊ด(ไม่ใช่อ....นะ) วิ่งมาจากด้านหลังเรา เพราะเราตัวใหญ่เองหรือรถมันกินทางมาโดนเราเอง แต่คือ
เราโดนรถเฉี่ยว!!!!!!!!
หูช้างของรถกระแทกไหล่ขวาเราอย่างจัง แรงที่ว่าทำให้หูช้างพับไป และ..
บุบเล็กน้อย!!!!!
ที่แปลกคือ เรากลับไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อย(ในตอนนั้น) คนขับก็หน้าตื่นมาก จะพาเราไปโรงพยาบาล แต่เราก็บอกไม่ต้อง (กลัวเสียงาน กลัวเสียเงิน) เพราะตอนนั้นเราไม่เป็นไรเลย สุดท้าย เราก็เดินหน้าเป็นกลับไปเล่าให้เพื่อนๆที่ทำงานอยู่ฟัง
ปฏิกิริยาของแต่ละคนหลังฟังเราก็มีทั้งอึ้ง ทึ้ง เสียว และยกมือชี้หน้าก่อนหัวเราะ...ที่เรา 'ถึก' มากจนทำรถบุบ
แล้วเราก็ไปทำคริสตัล(โง่ๆ) ต่อ พอผ่านไปได้ประมาณชั่วโมงนึง...
เจ็บ!!! เจ็บค่ะ!!! เจ็บมากกกกกกกก!!! เจ็บที่สุด!!!!!!!!!!!
เจ็บจนแบบมือขวาถืออะไรไม่ได้เลย เพราะมันเจ็บมาก จนเราต้องให้แอมกดโทรศัพท์หาพ่อ
เรา: พ่อเหรอ พรเองนะ พรโดนรถเฉี่ยวอ่ะ.
พ่อ: ฮะ!! รถเฉี่ยว แล้วเป็นไงบ้าง
เรา: ก็หูช้างเค้าบุบอ่ะ ตอนนี้เจ็บไหล่มาก พ่อโทรถามลุงหมอให้หน่อยว่าจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า กลัวเล่นเวฟคำนับมังกรไม่ได้
พ่อ: รถบุบ ฮ่าๆๆๆๆ (หัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นาทีกว่า
เรา: เออ (เริ่มหัวเราะหยุดไม่อยู่) รถบุบ พ่อฟังไม่ผิดหรอก
พ่อ: นั้นทำตามนี้ไปก่อน (สาธยายวิธีการรักษาให้ฟัง) เดี๋ยวพ่อทำงานต่อก่อนนะ แค่นี้
แล้วพ่อก็วางหูไป
เราก็กลับไปแปะๆหนังสือพิมพ์ที่คริสตัลต่อ (ยังเจ็บอยู่มาก) แล้วซักพัก แม่เราก็โทรเข้ามา
(ตอนนั้นประมาณทุ่มครึ่ง)
แม่: นี่อยู่ไหนแล้ว(เสียงโมโหๆ) ชั้นมาถึงหน้าโรงเรียนแล้วนะ จะกลับได้ยัง
เรา: โถ่แม่ งานยังไม่เสร็จเลยค่ะ รอถึงสองทุ่มได้มั้ย นะแม่นะ
แม่: ไม่ได้!!!
เรา: เออแม่ มะกี้โดนรถเฉี่ยวอ่ะ
แม่: แล้วเป็นไง
เรา: ก็รถบุบหน่อย แต่ตอนนี้เจ็บไหล่มาก เด๋วแม่พาไปหาหมอได้ป่าว
แม่: อยากซุ่มซ่ามเอง ก็ไปหาเอาเองแล้วกัน แล้วแกก็กลับเอาเองด้วย ชั้นไม่รอแกแล้ว
(แม่วางสายไป)
งึม..เราเองก็สงสัยเหมือนกันว่าพ่อแม่บ้านไหนเป็นแบบบ้านเราบ้าง
พ่อ>>หัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย เหมือนอ่านพลนิกรกิมหงวน
แม่>>ไม่สน กลับเอาเอง อยากหาหมอไปเอาเอง
สงสารตัวเองจริงๆ
สุดท้ายก็ต้องกลับเองจริงๆ แต่จะกลับไงหล่ะ??
ถ้าจะกลับบ้านเอง คงไม่ไหวอ่ะ เจ็บไหล่ขนาดนั้น โหนรถไม่ไหวแน่ ทรัพย์เบ๊ กลับtaxiก็ไม่พอ
จะให้พ่อมารับก็ไม่ได้ เพราะบ้านพ่อ(พ่อแม่เราแยกทางกันตั้งแต่ม.3)อยู่แถวสาธร ขืนรอคงถึงบ้านสี่ทุ่มกว่า โดนด่าอีกแน่ๆ
ทางที่ดีคือมองตัวช่วยที่เราพอจะ 'เกาะ' เป็นปลิงกลับด้วยได้
1. พลอยสุดเลิฟ.. วันนี้มันกลับเองเช่นกัน เกาะไม่ได้
2. หนูมายด์คุง... กลับไปแล้ว อด
3. น้องจุ่น.. กลับเองอีกเหมือนกัน
4. แพรวสวยเพื่อนรัก... บ้านถึงก่อนเรา ยังไงก็ต้องลงเดิน แถมกลับไปแล้ว
5. ท่านพระครูเกลอ.. กลับเอง บ้านถึงก่อนเรา(อยู่ซอยเดียวกับแพรว)
สรุปเราใช้ช๊อยส์6ค่ะ เอ็มเพื่อนยาก ครบเลย บ้านใกล้ แม่มารับ มีตี๋ไปด้วย
ตอนแรกพลอย จุ่น วาว เจิ้นจะติดรถเอ็มไปลงประตูใหญ่กัน แต่พอจะขึ้นรถเท่านั้น มีรถบาทมาพอดี ทั้งหมดเลยกรูราวกับเขื่อนแตกไปขึ้นรถเมล์ใหญ่
ซึ่งลองคิดดูว่าถ้าอัดทั้งหมดนี่ลงรถเก๋งขนาดสี่ที่นั่ง....what happen with us?
พอถึงบ้านเท่านั้นแหละ
แม่ด่าชนิด สามวันเจ็ดวัน.. แต่ช่างเค้าเหอะ ปล่อยๆไป เค้ารักเราถึงบ่นเรา จริงมั้ยทุกท่าน^ ^;
แล้วคืนนั้นก็หลับไปทั้งๆที่แขนเจ็บระบบรวดร้าวมาก
ต่อคราวหน้า