2006/Mar/29

ช่วงนี้ เรารู้สึกสับสนในหลายๆเรื่องอ่ะ
ทั้งเรื่องการเมือง เรื่องการเรียน
แต่หนักสุดคงเป็นเรื่องครอบครัวเรา
ไม่รู้นะ แต่เกือบเดือนที่ปิดเทอมไป
เรารู้สึกว่า มีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
บางสิ่งก็อาจดีขึ้น บางสิ่งก็แย่ลงมาก
หลายเรื่องในช่วงนี้ ทำเรารู้สึกแย่กับคนในครอบครัวบางคน (บางคนอาจรู้แล้ว) ซึ่งเราก็ไม่รู้จะทำไงดี
เรื่องadmission จนตอนนี้เราก็ยังไม่รู้เลยว่า เราอยากเรียนอะไร
เรารู้แต่ว่าเราอยาก"เป็น"อะไร แต่เราจะเป็นได้หรือไม่ ก็คงอีกเรื่องหนึ่ง
อีกอย่าง สิ่งที่เราอยากจะเป็นนั้น ชัวร์ว่าคงไม่สามารถเลี้ยงชีวิตของเราได้หรอก
ถึงแม้เราจะคิดว่า Money isn't anything in my life (ใช้ภาษาผิดก็ขออภัยด้วย) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า ปัจจัยสี่ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสไว้
อาหาร ที่อยู่ ยารักษาโรค เสื้อผ้า
แต่ถ้าในปัจจุบัน ก็คงต้องเพิ่มปัจจัยที่ห้า เงิน เข้าไปด้วยแหละ
+++++
พูดถึงเรื่องความสุขที่เป็นนิรันดร์ของคนเรา
(อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ถ้ารับไม่ได้ก็ขอให้อ่านข้ามไปแล้วกัน)
.....
...
.
โดยมากคนส่วนใหญ่มักต้องการในสิ่งที่ตนเองขาดแคลนไป
เช่นคนที่จนมาก่อน ก็ต้องการเงินทองมากขึ้น
คนที่ไม่เคยมีอำนาจวาสนา ก็ต้องการที่จะมีอำนาจล้นฟ้า
คนที่ไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรเลย อาจต้องการให้ลูกตัวเองเป็น Perfectionist หรือ คุณสมบูรณ์(แบบ) ได้
คนที่ครอบครัวแตกแยก ไม่อบอุ่น ต้องการที่จะมีความรัก ความอบอุ่นจากคนรอบข้าง (เช่นเรา)
แต่เราก็ว่า สิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน
คนที่มีเงินทองมากมาย ต้องระแวงที่จะจนลง ระแวงคนรอบข้างไปทั่ว
คนมีอำนาจล้นฟ้า ต้องระแวงว่าซักวันอำนาจจะหมดลง
คนที่มีครอบครัวสมบูรณ์แบบ ก็จะระวังคนรอบข้างว่าหมดรักตัวเอง หรือกลัวว่าคนเหล่านี้จะจากตนไปในที่สุด
ช่วงนี้เราลองคิดๆดู...
บางทีคำสอนของพระพุทธเจ้า อาจจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างถูกนะ
(ไม่อยากใช้คำว่าถูก 100% เพราะตัวเราในตอนนี้ ไม่เชื่อว่าจะมีอะไรที่เป็นจริงเสมอ หรือผิดเสมอ ในโลกนี้)
อย่างเรื่องทางสายกลาง เราค่อนข้างเชื่อ (ดูจากการเมืองบ้านเรา= =)
หรือเรื่องของ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา
ไม่มีสุขใดเป็นสุขนิรันดร์ ไม่มีความทุกข์ใดอยู่กับเรานิรันดร์
สุดท้าย ทุกอย่างคือความว่างเปล่า
นิพพานอาจเป็นคำตอบสุดท้าย (ที่เราก็ไม่รู้ว่าถูกหรือไม่)
แต่หากมีจริง...เอาเข้าจริงๆแล้ว เราก็อยากไปให้ถึงทางนั้นให้ได้ ไม่ภพนี้ก็ภพหน้า
.....
...
.
(ค่อนข้างเพ้อไปมาก)
โอเค กลับเข้าสู่โหมดปกติเลย
ช่วงนี้หลายคนคงสงสัยบ้างว่าเราไม่ค่อยออน (จากปกติออนทุกวัน)
เหตุผลคือ สัปดาห์ที่สองเราป่วยไปหลายวัน (เกือบสัปดาห์) แล้วไม่นานเน็ตก็หมด
อีกอย่าง ออนไปไม่ค่อยเจอใครเท่าไร มีแต่คนเรียนๆๆๆ แล้วตอนกลางคืนเราชอบอ่านหนังสือมากกว่า (เผื่อจะบรรลุทางสว่าง)
ปิดเทอมไป รู้สึกความซวยจะไม่จางหาย
อย่างที่บอกในข้างต้นเรื่องที่บ้านแล้ว สุขภาพเราก็แย่ลง
ง่ายๆ เราป่วยไปสามรอบแล้วตั้งแต่ปิดเทอม
เราต้องผ่าฟันคุดเดือนเมษา
เราตกบันใด...= = (น่าอายมาก)
มะวาน พายุเข้า ต้นไม้โค่นทับสายไฟ
อนิจฺจา โชคดีที่เรารองน้ำสำรองไว้ ไม่นั้นวันนี้คงไม่มีน้ำอาบ
= = ทำไมหรือ
วันนี้ไฟไม่มี ปั๊มน้ำไม่ทำงาน สายโทรศัพท์ขาด...
เอิ๊ก หัวเราะให้กับความซวยของตัวเอง
หวังว่าซักวัน ชีวิตเราจะมีความสุข(ในแบบที่ชาวบ้านเป็น)บ้างนะ
++++
ลองคิดเล่นๆ
ถ้าทุกคนได้ส่องกระจกเงาแห่งแอริแซต (กระจกที่สะท้อนความปรารถนาลึกๆในจิตใจของตน) คิดว่าจะเห็นภาพตัวเองในลักษณะอย่างไร
ลองตอบมาทางความคิดเห็นนะ (commentแหละ)
>>สำหรับเรา เราว่าเราคงเห็นตัวเองอยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น พร้อมหน้ากันมั้ง^ ^"
(คิดแล้วแอบอิจฉาพวกครอบครัวมีความสุขว่ะ...)
+++++
สุดท้ายแล้ว อยากฝากคำคม(ที่เราคิดว่าโดน) ให้เพื่อนๆอ่านหน่อย
ชัยชนะอันเป็นนิรันดร อำจานอันเป็นนิรันดร
แต่... มีผู้หนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า
อำนาจที่แสวงหาจากภายนอก ไม่เคยเป็นนิรันดร
และชัยชนะเหนือใจตัวเองเท่านั้น ถึงเป็นนิรันดร
(จาก หัวขโมยแห่งบารามอส กับ ดาบแห่งกษัตริย์ โดย Rabbit บทที่26-เวลาแห่งความตาย หน้า:353)
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โชคดีสำหรับผ่าฟันคุดค่ะ...
มีนาคมที่ผ่านมาผ่าไปสองซี่ นี่แผลเพิ่งหาย
เหอออ ซวยชิบเลยว่ะ ไม่มีน้ำ ไฟดับ สายโทรศัพท์พังอีก = ="

เอาเหอะ บ้านแกยังโชคดีกว่าคนอื่นเยอะแยะ อย่างน้อยเค้าก็ให้ข้าวแกกิน ให้ตังแกใช้ ให้แกไปรร. ไม่โดนที่เค้าเรียกว่า abuse น่ะ

สู้ๆ ยังไงแกก็ยังมีเราอยู่ จุ๊บๆ 555
#2  by  [-.nelesia.-] (142.151.185.176) At 2006-03-30 07:40, 
ปล. เราอิจฉาแกที่พ่อแม่แกปล่อย แล้วก็ทำตัวกับแกเหมือนแกเป็นผู้ใหญ่

คิดแล้วชีวิตตูก็เหมือนเพลง because of you ของ kelly clarkson =[]=
#3  by  [-.nelesia.-] (142.151.185.176) At 2006-03-30 07:42, 
ยิ่งมีสุข(ทางโลก)มากก็ยิ่งทุกข์มาก
การที่ใจสงบจนไม่มีทั้งสุขและทุกข์คือความสุขแท้จริง

พี่ว่าเรื่องทำงานที่ตัวเองอยากทำมันก็สำคัญ แต่ถึงจะไม่ใช่ก็มีความสุขได้นี่ ขึ้นอยู่กับใจเรา . . . เพราะในความเป็นจริงเรื่องเงินมันก็เป็นเรื่องต้องคิดจริงๆนั่นแหละ อย่าลืมว่าเราต้องดูแลพ่อแม่ด้วยนะ
#4  by  tameaw At 2006-03-30 14:09, 
เห็นด้วยกับเรื่องขาดอะไรก็อยากได้อันนั้น

อย่างเรื่องพ่อแม่อยากให้ลูกเพอร์เฟ็ค...เหอะๆ พูดแล้วคับแค้นฟ่ะ = =

ส่วนกระจก...ถ้าก่อนสอบแอดมิดชั่นเราคงตอบว่า เห็นตัวฉันที่สอบไปแล้ว...เหอๆ ตอนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะอยากเห็นตัวเองตายอย่างสงบฟ่ะ ขี้เกียจใช้ชีวิตแล้ว
#5  by  เอนัวว์อา At 2006-03-30 18:27, 
พี่หมี>>ขอบคุณมากๆค่า (อยากเจอพี่หมีที่งานหนังสือจัง)

แตม>>เข้าexteenได้แล้วเหรอวะ??? เออ ซวยชิบ เออ แกอิจฉาเรา เราอิจฉาแก 555+

พี่ต่อ>>พรเห็นด้วยกับพี่ต่อมากๆเลย^ ^

พี่เอนัว>>5555+ สงสัยเป็นอย่างที่พี่ว่าแหละ ตอนนี้พรก็พอจะเข้าใจสัจธรรมแห่งการadmissionแล้ว T==T
#6  by  ++Rene_Reclu$e++ At 2006-03-30 21:52, 
ความเครียดของเด็กเตรียมขึ้นมหาลัย..
พี่ก็ผ่านมาแล้ว พี่นั่งกังวลเป็นบ้าเป็นหลัง แต่พอเข้ามาแล้วก็หายเอง...

มันจะมาเครียดอีกทีตอนใกล้จบมหาลัยอีกแหละ เชื่อดิ
#7  by  AGEHA At 2006-04-30 10:38, 

<< Home


rene_recluse
View full profile